ลิเวอร์พูล ทุ่ม 10,000 ล้าน! คุ้มไม่คุ้มวัดกันในสนาม ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ 2026 กำลังสะท้อนภาพ ลิเวอร์พูล ในอีกมุมหนึ่ง จากสโมสรที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการซื้อขายอย่างรอบคอบ กลายเป็นทีมที่พร้อมเปิดกระเป๋าครั้งใหญ่ เมื่อยอดเงินที่ใช้เสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้พุ่งไปถึงประมาณ 228 ล้านปอนด์ (ราว 10,032 ล้านบาท) ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เงินเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าวถูกใช้ไปกับนักเตะเพียงคนเดียว คนนั้นคือ บรัดเลย์ บาร์กโกล่า ที่ "หงส์แดง" ควักกระเป๋าจ่ายให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นค่าตัวเบื้องต้น 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,752 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับงบเสริมทัพทั้งหมด 228 ล้านปอนด์ ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเกือบ 47 เปอร์เซ็นต์ ของเงินที่สโมสรใช้ไปในตลาดรอบนี้ พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ ทุก ๆ 2 ปอนด์ ที่ ลิเวอร์พูล จ่ายออกไปในตลาดซัมเมอร์นี้ เกือบ 1 ปอนด์ ถูกใช้ไปกับ บาร์กโกล่า บรัดเลย์ บาร์กโกล่า : 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,752 ล้านบาท) เฌเรมี่ ฌักเกต์ : 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,420 ล้านบาท) บิคตอร์ มูนญอซ : 34 ล้านปอนด์ (ราว 1,496 ล้านบาท) ลุกก้า บรูกมันส์ : 28 ล้านปอนด์ (ราว 1,232 ล้านบาท) อิเฟียนี เอ็นดุกเว : 3 ล้านปอนด์ (ราว 132 ล้านบาท) โรนัลด์ อเราโฮ : ยืมตัว ตัวเลขเหล่านี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่ตลาดซื้อขายที่พวกเขาเข้ามาเสริมทีมแบบประปราย แต่มันคือการลงทุนครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ทุ่มหนักแต่ขายได้น้อย เพราะเมื่อรวมทุกดีลที่ "หงส์แดง" จำหน่ายออกไป พวกเขาได้รับเงินกลับเข้าสโมสรเพียงแค่ 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,188 ล้านบาท) เท่านั้น เคอร์ติส โจนส์ : 26 ล้านปอนด์ สเตฟาน บายเซติช : 1 ล้านปอนด์ อิบราฮิม่า โกนาเต้ : ฟรี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : ฟรี แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : ฟรี ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ : ยืมตัว จะเห็นได้ว่านักเตะที่สร้างรายรับให้สโมสรมีแค่ โจนส์ กับ บายเซติช เท่านั้น นั่นหมายความว่าเมื่อหักลบกันแล้ว "เดอะ เร้ดส์" มีตัวเลขใช้จ่ายสุทธิสูงถึง 201 ล้านปอนด์ (ราว 8,844 ล้านบาท) เลยทีเดียว สิ่งที่ทำให้ตลาดรอบนี้ของ ลิเวอร์พูล มีเงินไหลออกมากขนาดนี้ ก็เพราะพวกเขาต้องปล่อยนักเตะชั้นนำออกไปแบบไม่ได้รับเงินกลับมา นั่นก็คือ โกนาเต้, ซาลาห์ และ โรเบิร์ตสัน ที่เป็นแข้งฟรีเอเจนต์ ที่สำคัญการเสริมทัพและการปล่อยนักเตะออกไปของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ คือการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังครั้งใหญ่ในยุคใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของ อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือชาวสเปน การทุ่มเงินถึง 228 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้จะเปลี่ยนโฉม ลิเวอร์พูล ได้มากแค่ไหน? คำตอบคงต้องรอดูผลงานในสนาม อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก ฟรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแซมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล จากสยามกีฬา สตาร์ชอคเก้อร์ สปอร์ตพูล สปอร์ตพูล ติดตามข่าวสารกีฬาเพิ่มเติม: https://987live.com
ทีมชาติไทยพลาดแชมป์ ASEAN Championship หลังเสมอเวียดนาม 2-2 รวมผลสองนัดแพ้ 2-4 แต่ฟอร์มของแข้งดาวรุ่งอย่าง Yotsakorn Burapha, Kakana Khamyok และ Seksan Ratree ทำให้อนาคตของทัพช้างศึกยังน่าจับตา ไทยออกนำก่อนจาก Yotsakorn Burapha ในนาทีที่ 12 ซึ่งสุดท้ายเจ้าตัวได้รับเลือกเป็น Young Player of the Tournament จากผลงานตลอดรายการ จากนั้น Kakana Khamyok ได้จุดโทษทันทีหลังเริ่มครึ่งหลัง แต่ยิงข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย เวียดนามตีเสมอได้ในนาทีที่ 52 จากจังหวะที่ลูกยิงของ Hêndrio ชนเสาแล้วมาโดน Chatchai Budprom เข้าเป็นประตูตัวเอง ก่อนที่ไทยจะนำอีกครั้งจาก Wanchai Jarunongkran ช่วงท้ายเกม ทว่าช่วงทดเวลาบาดเจ็บ Wanchai กลับสกัดพลาดจนกลายเป็นประตูตัวเองลูกที่สอง ส่งให้เวียดนามปิดบัญชีคว้าแชมป์สมัยที่ ติดตามข่าวสารกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ https://2vlive.com
การจากไปของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องมองหานักเตะคนใหม่ที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถรับมือกับความกดดันในการสังหารจุดโทษ โดยมี 3 แคนดิเดตหลัก และหนึ่งรายที่ดูโดดเด่นที่สุด หนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ ซาลาห์ มอบให้กับ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับสโมสร คือความเฉียบคมจากระยะ 12 หลา หากไม่นับการดวลจุดโทษตัดสินและเกมอุ่นเครื่อง ดาวยิงชาวอียิปต์ ตะบันจุดโทษให้ ลิเวอร์พูล ไปทั้งหมด 45 ครั้ง และพลาด 10 ครั้ง คิดเป็นอัตราการเปลี่ยนจุดโทษเป็นประตูที่ 82% สถิติ 45 ประตู จากจุดโทษทำให้ "บังโม" รั้งอันดับ 2 ในทำเนียบนักเตะที่สังหารจุดโทษสูงสุดตลอดกาลของทัพ "หงส์แดง" เป็นรองเพียง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางกัปตันทีม ที่ยิงได้มากกว่า 2 ประตู อย่างไรก็ตาม หลังจาก ซาลาห์ ย้ายออกจากทีมไปค้าแข้งกับ แทร็บซอนสปอร์ ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" จำเป็นต้องหาผู้รับหน้าที่สังหารจุดโทษคนใหม่ เพื่อก้าวเข้ามารับผิดชอบภารกิจสำคัญแทนเจ้าตัว ในบรรดานักเตะชุดปัจจุบัน มีเพียง 3 คน ที่เคยยิงจุดโทษให้ ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาปกติ ได้แก่: อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ พวกเขารถือเป็นมือฉมังในระยะ 12 หลา อย่างแท้จริง แม็ค อัลลิสเตอร์ เคยยิงจุดโทษให้ "หงส์แดง" เข้า 2 ครั้ง ภายในสัปดาห์เดียวกันเมื่อเดือนมีนาคม 2024 ขณะที่ คักโป ก็เคยสังหารจุดโทษใส่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น อดีตต้นสังกัดของเขาในเดือนมกราคม 2025 อย่างไรก็ตาม หากต้องเลือกคนที่มีความเหมาะสมมากที่สุด โซโบซไล คือแคนดิเดตที่โดดเด่นเป็นสง่าที่สุด! ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะของ ลิเวอร์พูล แน่นอนว่า "โซโบ" เคยรับหน้าที่สังหารจุดโทษและยิงเข้าในเกมพบ อินเตอร์ มิลาน หลังจาก ซาลาห์ ไม่มีชื่ออยู่ในทีมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา กองกลางกัปตันทีมชาติฮังการี ได้ยิงจุดโทษอีกครั้งในช่วงที่ ซาลาห์ ไม่ได้ลงสนาม แต่คราวนั้นเขายิงพลาดในเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 ที่แอนฟิลด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถิติการยิงจุดโทษตลอดอาชีพของ โซโบซไล ถือว่ายอดเยี่ยม โดยเขายิงเข้า 18 จาก 20 ครั้ง พลาดเพียง 2 ครั้ง คิดเป็นอัตราความสำเร็จถึง 90% โดมินิค โซโบซไล: ยิงเข้า 18 / 20 ครั้ง (สำเร็จ 90%) อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์: ยิงเข้า 11 / 12 ครั้ง (พลาดเพียงครั้งเดียว) โกดี้ คักโป: ยิงเข้า 9 / 10 ครั้ง วาตารุ เอ็นโด: ยิงเข้า 7 / 7 ครั้ง (อัตราเข้า 100% สมัยค้าแข้งในญี่ปุ่น แต่นัดล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อกว่า 11 ปีที่แล้ว และด้วยวัย 33 ปี ไม่น่าได้รับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอภายใต้กุนซือ อันโดนี่ อิราโอล่า) อเล็กซานเดอร์ อีซัค: ยิงเข้า 19 / 25 ครั้ง (พลาด 6 ครั้ง คิดเป็นอัตราความสำเร็จ 76% อาจต้องพึ่งพาประตูจากจังหวะ Open Play เป็นหลัก) ฟลอเรียน เวียร์ตซ์: ยิงเข้า 5 / 7 ครั้ง โรนัลด์ อเราโฮ: ยิงเข้า 3 / 5 ครั้ง อูโก้ เอกิติเก้: ยิงพลาดถึง 3 จาก 5 ครั้ง โดยภาพรวมแล้ว สถิติชี้ให้เห็นว่า โซโบซไล อาจเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้มากที่สุดจากจุดโทษ แต่ แม็ค อัลลิสเตอร์ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือเช่นกันหากได้รับโอกาส อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก ฟรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแซมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล จากสยามกีฬา สตาร์ชอคเก้อร์ สปอร์ตพูล สปอร์ตพูล ติดตามข่าวสารกีฬาเพิ่มเติม: https://987live.com
goalรายงานว่า บาร์เซโลนาตกเป็นข่าวเตรียมเปิดเกมแย่งตัวโรดรีกองกลางคนสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ตัดหน้าเรอัล มาดริดหลังมีรายงานว่าทีมดังแห่งแคว้นกาตาลันได้เริ่มพูดคุยกับตัวแทนของนักเตะ เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการดึงตัวกลับมาค้าแข้งในศึกลาลีกา สเปน อ้าวอิงจาก ดิ แอตเลติก ระบุว่า บาร์เซโลนา ได้เปิดการเจรจาเบื้องต้นกับทีมงานของ โรดรี เพื่อหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขด้านกีฬาและการเงิน หากมีการย้ายทีมมายังถิ่นคัมป์ นู หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจดึงดูดใจมิดฟิลด์วัย 30 ปี คือโอกาสได้กลับมาร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนหลายราย ไม่ว่าจะเป็นลามีน ยามาล,เปดรีและกาบีซึ่งต่างค้าแข้งอยู่กับบาร์ซ่า ก่อนหน้านี้ เรอัล มาดริด ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในการคว้าตัว โรดรี โดยมีรายงานว่าสโมสรเดินหน้าเจรจาเบื้องหลังมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าเงื่อนไขส่วนตัวของนักเตะไม่น่าจะเป็นอุปสรรค อย่างไรก็ตาม การที่ทั้งสองสโมสรยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ทำให้โฆน ลาปอร์ตาประธานสโมสร บาร์เซโลนา มีโอกาสเข้ามาแทรกแซงดีลนี้ รายงานยังระบุว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าว และพยายามชะลอการเจรจากับ เรอัล มาดริด ขณะที่ โรดรี เองเริ่มตั้งคำถามว่า โครงการฟุตบอลของราชันชุดขาวภายใต้การคุมทีมของโชเซ มูรินโญจะเหมาะกับเส้นทางอาชีพของเขาหรือไม่? สาเหตุสำคัญที่ทำให้ บาร์เซโลนา หันมาเดินหน้าล่าตัว โรดรี อย่างจริงจัง มาจากปัญหาอาการบาดเจ็บของเฟรงกี เดอ ยองที่เอ็นด้านในหัวเข่าขวาฉีก และต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ ทีมจึงขาดกองกลางตัวรับระดับโลกที่สามารถยืนเป็นแกนหลักของทีมได้ ขณะที่ โรดรี ซึ่งเหลือสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกเพียง 1 ปี ถูกมองว่าเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://987live.com
Eos maxime repudiandae consequuntur laboriosam harum rerum ullam minima. Enim excepturi labore est.